มุมมอง การทำเว็บไซต์ ให้เป็นธุรกิจ

ผมมักจะได้รับคำถาม จากหลายๆ คนที่เพิ่งรู้จัก ว่า ทำงานอะไร เพราะส่วนใหญ่ เขาจะเห็นผมอยู่แต่ในบ้าน ไม่ค่อยได้ออกไปไหน (หรือไปทีนึง ก็ไปซะหลายๆ วัน) แล้วมีรายได้ หรือ เอาเงินที่ไหนมาใช้ ทุกๆ เดือน ต้องจ่ายค่าบ้าน จ่ายค่าน้ำมัน ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ ค่าอินเตอร์เน็ต และอื่นๆ

ผมก็จะตอบเขา แบบเข้าใจง่ายๆ ว่า ผมทำเว็บไซต์
คำถามต่อมา ก็มักจะถามต่อว่า แล้วมี รายได้จากการทำเว็บไซต์ อย่างไร
ผมก็จะตอบไปว่า ได้จาก ค่าโฆษณา ที่มีคน (ลูกค้า) จ่ายให้

หากบางคน สนใจรายละเอียดเพิ่มเติม การสนทนา ก็เริ่มเป็นเรื่องเป็นราว ขึ้นมา ...
แต่หากบางคน ที่ไม่เข้าใจ หรือ ถามแค่ ได้มีเรื่อง พูดคุยกัน การสนทนา ก็จะจบลงแค่นั้น ... หรือเปลี่ยนเรื่องพูดคุยกันไป

บทความนี้ อาจจะไม่ได้ถูกเขียนขึ้นมา หากคนที่ผมสนทนาด้วย ไม่ได้ต้องการจะรู้อะไร เพิ่มเติม เกี่ยวกับ ธุรกิจการทำเว็บไซต์ ที่ผมกำลังทำอยู่


ต้องยอมรับอย่างหนึ่ง ว่าสมัยก่อน ผมไม่ได้มองว่า การทำเว็บไซต์ เป็นเรื่องของการทำธุรกิจ  แต่เป็นเรื่องของ การทำเพราะใจรัก ได้ทำในสิ่งที่ชอบ แม้จะแลกมาด้วย รายได้จากงานประจำ ก็ยอม

ปัจจุบัน รายได้หลัก ของผม มาจาก การทำเว็บไซต์ หรือ รายได้จากอินเตอร์เน็ต แทบจะ 100%
(ไว้ว่างๆ จะเขียนประวัติ ความเป็นมา สักหน่อย ว่า มีที่ไป ที่มาอย่างไร จนมาถึงทุกวันนี้ได้)

มาเข้าเรื่อง ที่อยากจะเขียนกันในวันนี้ ดีกว่า ในหัวข้อ "มุมมอง การทำเว็บไซต์ ให้เป็นธุรกิจ"

ผมเองเคยทำธุรกิจ มาก็หลายอย่าง แต่ละอย่าง ก็เจ๊ง ไม่เป็นท่า ซะส่วนใหญ่ เสียเงิน ไปกับ เรื่องที่เราไม่รู้ มาก็เยอะ กว่าจะรู้ตัวอีกที ว่า สิ่งที่เราทำได้ดีที่สุด ถนัดที่สุด น่าจะเป็นอาชีพหลัก ได้ในอนาคต ก็คือ เรื่องของ การทำเว็บไซต์ ก็เสียเงิน เสียเวลาไปเยอะ แต่ถ้ามองอีกมุมหนึ่ง เราก็ได้ประสบการณ์ ได้รู้ตัวตน ที่แท้จริงของเราเหมือนกัน

จากประสบการณ์ ที่ผ่านมา ทำให้รู้ว่า ธุรกิจการทำเว็บไซต์ เป็นธุรกิจ ที่ ลงทุนน้อยมาก แต่ได้ผลตอบแทน มากมาย มหาศาล เรียกได้ว่า ไม่จำกัด ขึ้นอยู่กับความสามารถของเรา ขึ้นอยู่กับว่า เราจะหารายได้ ได้มาก ได้น้อย แค่ไหน ในขณะที่ ค่าใช้จ่าย ส่วนใหญ่ จะเป็นค่าใช้จ่ายแบบ คงที่ (fix cost)

ค่าใช้จ่ายในการจะมีเว็บไซต์ สักเว็บ ต้องมีค่าอะไรบ้าง

1. ค่าเช่า server  ต่อปี จะประมาณ 100 เหรียญ (1 server สามารถทำได้มากกว่า 1 เว็บ)

2  ค่าชื่อโดเมนเนม ประมาณ ไม่เกิน 10 เหรียญ (คิดแบบตัวเลขกลมๆ นะครับ)

3. ค่าทำเว็บ (ถ้าทำเอง ไม่ได้จ้างเขา ตรงนี้ก็จะไม่มีค่าใช้จ่าย)

4. อื่นๆ เช่น ค่าหนังสือหาความรู้ ค่า software ค่า script (ถ้ารู้จักหาจากในเน็ต ก็ไม่ต้องเสียเงินในส่วนนี้)

รวมๆ แล้ว ก็จะประมาณ ไม่เกิน 4,000 บาท ต่อปี
ถ้าเราทำงานอยู่ที่บ้าน ก็ไม่ต้องเสียค่ารถ ค่าเดินทาง ค่าน้ำมัน อะไรมากมาย
ส่วนค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ ค่าอินเตอร์เน็ต ก็เป็นเรื่องปกติ ที่ต้องเสียกันอยู่แล้ว

จะเห็นได้ว่า ค่าใช้จ่าย ประมาณ 4,000 บาทต่อปี เป็นค่าใช้จ่ายที่คงที่ ไม่มีค่าใช้จ่ายแอบแฝงอะไร ถือว่าน้อยมาก ในการเริ่มต้น ทำธุรกิจเว็บไซต์สักหนึ่งเว็บ (หรือถ้ามากกว่า 1 เว็บ ก็บวกค่าชื่อโดเมนเนมเข้าไป)
ทีนี้มาลองดู ฝั่งของรายได้ กันบ้าง ว่า หากเรามีเว็บไซต์ สักเว็บหนึ่ง เราสามารถหารายได้ จากมันได้อย่างไรบ้าง

1. รายได้ จากค่าโฆษณา

ขอเอาข้อนี้ไว้เป็นข้อแรกเลย เพราะ มันเป็นรายได้อันดับแรกที่ผมได้รับเมื่อสัก สิบกว่าปีก่อน จากการทำเว็บ (ทุกวันนี้ก็ยังได้รับอยู่)
รายได้ จากค่าโฆษณา นี้จะได้เมื่อไหร่?  ถ้าเป็นเมื่อก่อน ก็ต้องบอกว่า จะมีคนยอมจ่ายเงินค่าโฆษณาให้เรา ก็ต่อเมื่อ เว็บไซต์ของเราดัง มีชื่อเสียง มีคนเข้าเว็บไม่ต่ำกว่า หลัก 1,000 คน เขาถึงจะยอมจ่ายเงินค่าโฆษณาให้เรา

แต่ปัจจุบันนี้ เพียงแค่เรามีเว็บไซต์ ที่มีคนเข้าดู แค่ หลักสิบ หรือ หลักร้อย คน เราก็สามารถ หารายได้จากค่าโฆษณาได้ (พูดมาถึงตรงนี้ คนที่ทำ google adsense ก็คงจะเข้าใจได้ไม่ยาก แต่ถ้าคนที่ยังไม่รู้จัก google adsense ก็ลองหาอ่าน บทความอื่นๆ ที่เกี่ยวกับ google adsense ดูนะครับ)

2. รายได้จาก ค่าคอมมิสชั่น หรือ รายได้จากส่วนแบ่งการขาย

รายได้ส่วนนี้ ผมอยากจะแบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ

2.1 รายได้จากการขายสินค้า ผ่านระบบ Affiliate เช่น Amazon , CJ , Clickbank หรืออื่นๆ หากใครยังไม่รู้จัก ว่าระบบ Affiliate เป็นอย่างไร ก็ขออธิบาย ง่ายๆ ก็คือ เรามีหน้าที่ นำสินค้า ที่มีในระบบมาโฆษณาขาย (ผ่านเว็บไซต์ของเรา หรือ ผ่าน Search Engine ก็ได้) หากขาย สินค้าได้ เราก็จะได้ส่วนแบ่ง จะมาก หรือ น้อย ก็ขึ้นอยู่กับ ราคา , จำนวนสินค้าที่ขาย

2.2 รายได้จากค่าบริการ จองโรงแรม จองตั๋วรถทัวร์ จองตั๋วเครื่องบิน ซึ่งในปัจจุบัน มีผู้ให้บริการ ระบบ จองออนไลน์ อยู่หลายราย แค่เราสมัครเป็นสมาชิก และทำหน้าที่ นำบริการต่างๆ เหล่านั้น มานำเสนอ ต่อสมาชิกผู้เยี่ยมชม เว็บไซต์ของเรา เมื่อมีการใช้บริการจากสมาชิก เราก็จะได้ส่วนแบ่ง จากการบริการ นั้นๆ

2.3 รายได้จากการแนะนำ บอกต่อ ให้สมัครสมาชิก ซื้อสินค้า หรือ บริการ ต่างๆ เช่น หาสมาชิกสมัครรับจดหมายข่าว เป็นต้น

3. รายได้ จากการขายสินค้าของเราเอง

แรกเริ่มเดิมที อาจจะไม่มีสินค้าอะไรมาขาย หรือ หากบ้านคุณมีธุรกิจค้าขาย ที่เคยทำมาก่อนแล้ว ตรงนี้ก็ถือว่าได้เปรียบ พอเราทำเว็บไปสักพัก เราจะเห็นช่องทางเพิ่ม ว่า สินค้าอะไร ที่ ถ้านำมาขาย แล้ว น่าจะมีคนซื้อ ยกตัวอย่าง ง่ายๆ ผมเองมีเว็บไซต์เกี่ยวกับ แผนที่ มีผู้เยี่ยมชม ต่อวัน มากอยู่พอสมควร และเกือบทุกวัน จะมีคนโทรเข้ามาสอบถาม ว่ามีแผนที่ขายมั๊ย หรือ ต้องการแผนที่เฉพาะจุด ที่ไม่สามารถหาซื้อได้ในท้องตลาด ถ้าผมจะจับจุดนี้ มาทำสินค้าขาย ก็คงพอจะทำได้ แต่ติดที่ เวลาส่วนใหญ่ผม หมดไปกับการทำเว็บ ที่มีอยู่มากมาย แค่นี้ก็ ไม่มีเวลาไปทำอย่างอื่นแล้ว @^.^@

4. รายได้ จากการเก็บค่าสมาชิก เข้าชมเว็บไซต์ หรือ บริการของเว็บไซต์

ขอออกตัวไว้ก่อนว่า รายได้ตรงส่วนนี้ ผมเองยังไม่ได้มีให้บริการ แต่เห็นมีเว็บไซต์ของคนที่รู้จัก เขามีรายได้หลัก จากการเก็บค่าสมาชิก เข้าชมเว็บไซต์ มีสมาชิกอยู่ไม่น้อย รายได้ต่อเดือน ก็มากอยู่พอสมควร ไม่แน่ อนาคต เว็บไซต์นี้ อาจจะเก็บค่าสมาชิก บ้าง @^.^@ (จะมีคนสมัครมั๊ยเนี่ย...)

5. รายได้อื่นๆ

ที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์ของเรา เช่น ถ้าเราทำเว็บไซต์เกี่ยวกับอาหาร ก็อาจจะจัดคอสสอนทำอาหาร หรือ ถ้าเราทำเว็บเกี่ยวกับการท่องเที่ยว ถ่ายภาพ ก็อาจจะให้บริการรับถ่ายภาพ หรือ ถ้าเรามีฝีมือถ่ายรูปได้สวย ก็อาจจะทำโปสการด์ขาย หรือ ขายผ่านเว็บไซต์ ต่างๆ หรือ ถ้าเราทำเว็บเกี่ยวกับการให้ความรู้ ก็อาจจะจัดพิมพ์ เป็นหนังสือขาย ก็ยังได้ (ถ้ามีคนสนใจมากนะ)

รายได้ต่างๆ  จะมากหรือน้อย ก็ขึ้นอยู่กับ

- เนื้อหาของเว็บไซต์ ถ้าเป็นเว็บไซต์เฉพาะทาง เฉพาะกลุ่ม ที่มีกลุ่มเป้าหมายเป็นคนทำงาน ค่าโฆษณา ก็จะสูงกว่า เว็บไซต์ประเภทวาไรตี้ หรือ เว็บเกมส์ ที่มีกลุ่มเป้าหมายเป็นเด็ก
- จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ ถ้ามีผู้ชมมาก โอกาสได้เงินค่าโฆษณา ค่าคอมมิสชั่น ค่าสมาชิก ก็มากขึ้นตามลำดับ (เก็บไว้เขียนในบทความต่อไป  เรื่องการเพิ่มจำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์)
- โฆษณา ที่ขึ้นแสดงบนเว็บไซต์  ถ้าสินค้าที่แสดง เป็นสินค้าประเภท ที่มีมูลค่า(ทางการตลาด) สูง หรือ เป็นสินค้า ที่มีการแข่งขันสูง อัตราค่าโฆษณา ก็จะสูงตามไปด้วย
- อื่นๆ เช่น ช่วงฤดูเทศกาล , ช่วงส่งเสริมการขายของธุรกิจ , ช่วง high , low season ของธุรกิจท่องเที่ยว หรือ แม้แต่ช่วงเหตุการณ์บ้านเมือง หรือ โรคระบาด ก็มีผลต่อรายได้ เช่นกัน

_/_/_/_/_/_/_/_/_/_/_/_/_/_/_/_/_/_/_/

ตัวอย่างเว็บไซต์ (ของผม) ที่สามารถทำเป็นธุรกิจได้

(ขอยกตัวอย่างเฉพาะเว็บที่ลงทุนน้อย ให้ผลตอบแทนสูง นะครับ)

1. เว็บไซต์ ThailandLandandHouse.com

เงินลงทุน : server ใช้ที่มีอยู่แล้ว (ไม่เสีย) , ค่าโดเมนเนม ประมาณ 8 เหรียญต่อปี (ประมาณสองร้อยกว่าบาทต่อปี)
แนวคิด : เป็นเว็บไซต์ให้ความรู้เกี่ยวกับ เรื่องบ้าน การซื้อบ้าน ข้อมูล ทุกอย่างที่เกี่ยวกับบ้าน
ที่มาของรายได้ : รับโฆษณา ฝากขายบ้าน , โฆษณา โครงการบ้านจัดสรร ต่างๆ , โฆษณาจาก Google Adsense
ค่าโฆษณาขายบ้าน กำหนดที่ 1,000 บาทต่อโฆษณา (ลองคิดดูนะครับ... ถ้าเราหาลูกค้าได้แค่ 1 ราย เราก็ได้ทุน ค่าชื่อโดเมนกลับมาแล้วครับ)
ข้อมูลเชิงเทคนิค : จดโดเมนให้เป็นชื่อ keyword เกี่ยวกับบ้าน , ลง WordPress (เว็บสำเร็จรูป)
ระยะเวลาที่ใช้ในการจัดทำเว็บ : 1 วัน
ระยะเวลาที่ใช้ในการทำโฆษณาบ้าน : 1 ชั่วโมงต่อโฆษณา

_/_/_/_/_/_/_/_/_/_/_/_/_/_/_/_/_/_/_/

2. เว็บไซต์  ที่พักพัทยา.com

เงินลงทุน : server ใช้ที่มีอยู่แล้ว (ไม่เสีย) , ค่าโดเมนเนม ประมาณ 8 เหรียญต่อปี (ประมาณสองร้อยกว่าบาทต่อปี)
แนวคิด : เป็นเว็บไซต์ให้บริการจองโรงแรม จองที่พัก ในพัทยา
ที่มาของรายได้ : รายได้จากค่าคอมมิสชั่น ประมาณ 5% ของยอดจอง (ยอดจองโรงแรม ขึ้นอยู่กับช่วงฤดูเทศกาล แต่ที่ผ่านมา มียอดจองโรงแรมในพัทยา ผ่านเว็บไซต์นี้ เกือบทุกวัน)
ข้อมูลเชิงเทคนิค : ทำเว็บมีมีเนื้อหาเกี่ยวกับพัทยา แล้วนำไปสมัครเข้าระบบจองโรงแรมผ่าน ido24.com หลังจากสมัครผ่าน ก็นำ code หน้าโรงแรมต่างๆ มาติดในเว็บไซต์
ระยะเวลาที่ใช้ในการจัดทำเว็บ : 1-2 วัน
หมายเหตุ : หลังจากทำเสร็จแล้ว ไม่ต้อง update อะไร ปล่อยเว็บไซต์ให้คงอยู่ของมันเอง อาจจะคอยโปรโมตบ้าง เพิ่ม back link เข้าไปเรื่อยๆ สม่ำเสมอ ตามโอกาส

_/_/_/_/_/_/_/_/_/_/_/_/_/_/_/_/_/_/_/

3. เว็บไซต์ แผนที่ประเทศไทย Thailand-Map-Guide.com

เงินลงทุน : server ใช้ที่มีอยู่แล้ว (ไม่เสีย) , ค่าโดเมนเนม ประมาณ 8 เหรียญต่อปี (ประมาณสองร้อยกว่าบาทต่อปี)
แนวคิด : เป็นเว็บไซต์ให้บริการแผนที่ดาวเทียม แผนที่ทางหลวง ค้นหาเส้นทางขับรถ ค้นหาพิกัดดาวเทียม
ที่มาของรายได้ : เว็บไซต์นี้มีรายได้ทางเดียว จากการติด Google Adsense (ผู้เยี่ยมชมมากกว่า 4,000 คนต่อวัน ลองคำนวณกันดูเองนะครับ ว่าจะได้วันละเท่าไหร่)
ข้อมูลเชิงเทคนิค : ใช้บริการของ Google map ทำแยกแต่ละหน้า แต่ละจังหวัด รวมๆ แล้ว ทั้งเว็บมีไม่ถึง 100 หน้า
ระยะเวลาที่ใช้ในการจัดทำเว็บ : 1-2 วัน
หมายเหตุ : หลังจากทำเสร็จแล้ว ไม่ต้อง update อะไร ปล่อยเว็บไซต์ให้คงอยู่ของมันเอง อาจจะคอยโปรโมตบ้าง เพิ่ม back link เข้าไปเรื่อยๆ สม่ำเสมอ ตามโอกาส

_/_/_/_/_/_/_/_/_/_/_/_/_/_/_/_/_/_/_/

4. เว็บไซต์ ดูทีวีออนไลน์  http://www.doTVonline.com/

เงินลงทุน : server ใช้ที่มีอยู่แล้ว (ไม่เสีย) , ค่าโดเมนเนม ประมาณ 8 เหรียญต่อปี (ประมาณสองร้อยกว่าบาทต่อปี)
แนวคิด : เป็นเว็บไซต์ดูทีวีออนไลน์ พร้อมๆ กัน 6 ช่อง (คงสงสัยละสิครับ ว่าทำไมผมถึงทำแบบนี้.... เก็บไปคิดเป็นการบ้านละกันนะครับ)
ที่มาของรายได้ : เว็บไซต์นี้มีรายได้ทางเดียว จากการติด Google Adsense แม้จะได้ไม่มาก แต่ ก็ยังถือว่าคุ้มค่ากับการลงทุนแค่ สองร้อยกว่าบาท
ข้อมูลเชิงเทคนิค : ไม่มีอะไรมากครับ แค่ทำเว็บรวม ทีวี ไว้ในหน้าเดียว อยากดูช่องไหน ก็ไป stop ช่องอื่น แค่นั้นเอง
ระยะเวลาที่ใช้ในการจัดทำเว็บ : ไม่ถึง 1 ชั่วโมง  (ทั้งเว็บ มีหน้าเดียว)
หมายเหตุ : หลังจากทำเสร็จแล้ว ไม่ต้อง update อะไร ปล่อยเว็บไซต์ให้คงอยู่ของมันเอง อาจจะคอยโปรโมตบ้าง เพิ่ม back link เข้าไปเรื่อยๆ สม่ำเสมอ ตามโอกาส

_/_/_/_/_/_/_/_/_/_/_/_/_/_/_/_/_/_/_/

ขอยกตัวอย่างเพียงแค่ 4 เว็บ ก็คงพอจะเห็นไอเดีย นะครับ (ถ้าแนะนำซะหมดทุกเว็บ สงสัย เขียนเป็นเดือน)

หากใครเคยอ่าน บทความเก่าๆ ของผม ที่เคยเขียนเอาไว้เมื่อสมัยก่อน จะเห็นแนวคิด อย่างหนึ่งของผม ก็คือเรื่อง ของการทำเว็บ ที่ไม่ต้องเสียเวลา update อะไรมาก ทำเสร็จแล้ว ก็ปล่อยทิ้งไปได้เลย (แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าไม่สนใจอะไรเลยนะครับ) คอยหา back link เพิ่มเติมอยู่เรื่อยๆ  ยิ่งเรามีเว็บจำนวนมาก เราก็ไม่ต้องไปหา back link จากที่ไหน ก็ link จากเว็บของเรา เองนั่นแหละครับ

จะเห็นได้ว่า ด้วยเงินลงทุน เพียงแค่ไม่เกิน 4,000 บาท ต่อปี หรือไม่ถึง 400 บาท ต่อเดือน เราสามารถสร้างธุรกิจทำเว็บไซต์ เล็กๆ เว็บไซต์หนึ่ง (หรือมากกว่า) ขึ้นมาได้

สมมุติว่า ใน 1 เดือน เราสามารถ หารายได้จากเว็บไซต์ของเราได้ 4,000 บาท  ผลกำไร ถือว่าเป็น 10 เท่า ของเงินลงทุน เลยทีเดียว
แต่ในความเป็นจริง เราอาจจะทำไม่ได้ หรือ อาจจะทำได้มากกว่า มันก็ขึ้นอยู่กับว่า คุณจะทำมันให้ออกมาในรูปแบบไหน หรือ ทำจริงกับมันหรือเปล่า?

เว็บไซต์ที่เราทำ จะมีรายได้มาก หรือ น้อย ปริมาณผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ มีส่วนสำคัญเป็นอย่างยิ่ง และถ้าเราทำ ขึ้นมา 1 เว็บ แล้วได้ผลกำไร จะมากหรือ น้อยก็ตาม บางทีเราอาจจะไม่ต้องไปดูแลอะไรมาก ปล่อยให้เว็บมันโตของมันเองไปเรื่อยๆ แล้วเอาเวลาไปทำเว็บไซต์อื่นๆ เพิ่มเติม เราก็สามารถมีจำนวนเว็บไซต์ เพิ่มมากขึ้น มีโอกาส ที่จะมีรายได้มากขึ้น เรื่อยๆ

ซึ่งผมจะขอเก็บเรื่อง การเพิ่มปริมาณ ผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์การเพิ่มปริมาณเว็บไซต์ ไว้ในบทความต่อไป นะครับ

สำหรับบทความเรื่อง มุมมอง การทำเว็บไซต์ ให้เป็นธุรกิจ อาจจะยังไม่สมบูรณ์นัก เพราะถ้าจะเขียนให้ละเอียดจริงๆ คงต้องมีตัวเลข มีสถิติ ประกอบข้อมูล มีระยะเวลาคืนทุน จุดคุ้มทุน หรืออาจจะต้องมาวิเคราะห์ SWOT (จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส อุปสรรค) ก็อีกยาวเลย นี่เอาแค่ ต้นทุน กับ โอกาสในการทำกำไร ยังไม่อยากจะจบเลยครับ

_/_/_/_/_/_/_/_/_/_/_/_/_/_/_/_/_/_/_/

ปล.1 บทความนี้ ไม่พูดถึงเรื่องการใช้ server ฟรี นะครับ เพราะหากจะทำเว็บไซต์ให้เป็นธุรกิจแล้ว ไม่แนะนำให้ใช้ของฟรี ครับ

ปล.2 บทความนี้ ไม่พูดถึงเรื่องธุรกิจการรับทำเว็บไซต์นะครับ เพราะอยากให้เห็นว่า คุณสามารถนำความรู้ ความสามารถ ที่คุณมีอยู่ มาทำเว็บไซต์ แล้วสามารถต่อยอด ธุรกิจเดิม งานเดิม ที่ทำอยู่ โดยมีมุมมองของ การทำเว็บไซต์ ให้มีส่วนช่วย เสริม สร้าง ธุรกิจใหม่ๆ ครับ

ปล.3 อยากให้เขียนบทความเกี่ยวกับเรื่องไหน ที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้ ก็แนะนำกันเข้ามาได้นะครับ

Speak Your Mind

*

*